การที่ Firewall ต้องทำ IP Blocking (หรือ IP Filtering พื้นฐาน) เพื่อคัดกรองข้อมูลจากภายนอกก่อนที่จะนำ Packet นั้นไปผ่านกระบวนการ Deep Filtering (เช่น Stateful Inspection, IPS, หรือ Web Application Firewall - WAF) มีเหตุผลสำคัญด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพของระบบดังนี้ครับ:
กระบวนการตรวจสอบเนื้อหา (Deep Packet Inspection / Application Filtering) เป็นกระบวนการที่ใช้ทรัพยากร CPU และ Memory สูงมาก เพราะ Firewall ต้องแกะดูถึงพฤติกรรม ซอร์สโค้ด หรือคำสั่งที่ซ่อนอยู่ภายใน
การบล็อก IP ที่ไม่พึงประสงค์ (เช่น IP จากต่างประเทศที่ไม่เกี่ยวข้อง, IP ที่ติด Blacklist, หรือ IP ปลอมแปลงอย่าง RFC1918) ตั้งแต่ประตูแรก จะช่วยโยนทราฟฟิกขยะทิ้งไปทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาเอาไปประมวลผลเชิงลึก
หาก Firewall ปล่อยให้ทุก IP วิ่งเข้ามาถึงขั้นตอน Filtering เชิงลึกได้ ผู้โจมตีสามารถส่งข้อมูลปริมาณมหาศาล (ทราฟฟิกขยะ) เข้ามาเพื่อให้ระบบตรวจสอบจน CPU/Memory เต็ม (Resource Exhaustion) และทำให้ระบบล่มในที่สุด การสกัดกั้นที่เลเยอร์เครือข่ายด้วย IP จึงเป็นปราการด่านแรกที่ตัดกำลังผู้โจมตีได้เร็วที่สุด
การตรวจสอบ IP Address (Layer 3) ทำได้รวดเร็วมาก เพราะ Firewall ดูแค่ส่วนหัวของแพ็กเก็ต (Packet Header) เท่านั้น เปรียบเสมือนรปภ. หน้าหมู่บ้านที่ตรวจดูแค่ "ป้ายทะเบียนรถ" หากเป็นป้ายทะเบียนที่อยู่ในบัญชีดำหรือไม่มีสิทธิ์เข้า ก็สามารถขับไล่ออกไปได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาเปิดท้ายรถเพื่อตรวจค้นสิ่งของข้างในทุกคัน
ยิ่งแอปพลิเคชันหรือระบบ Filtering ภายในต้องสัมผัสกับข้อมูลจากภายนอกมากเท่าไหร่ ความเสี่ยงที่จะเจอช่องโหว่แบบ Zero-day ก็ยิ่งมากขึ้น การจำกัดให้เฉพาะ IP ที่เชื่อถือได้เข้ามาถึงกระบวนการ Filtering ด้านใน จึงช่วยลดโอกาสที่แฮกเกอร์จะเจาะทะลุผ่านช่องโหว่ที่ Firewall ยังไม่รู้จัก
รายละเอียดมีดังต่อไปนี้
เพียงเท่านี้องค์กรของเราจะมีความปลอดภัยยิ่งขึ้นและประสิทธิภาพของ Firewall จะดีขึ้นด้วย